พึ่งจบ Osaka Marathon มาแบบทุลักทุเลสุดๆ 🥹
รอบนี้ไม่ใช่มาราธอนแรก หลังจากที่เคยผิดหวังตอน Kyoto 2024 ที่ไปโดน cut off ตอนกิโลที่ 35 แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าสภาพยังดี ยังวิ่งต่อไหว แต่เวลามันไม่ได้แล้ว มาปีนี้พี่ตั้มชวนมาแก้มือที่ Osaka ที่เวลา cut off นานกว่า Kyoto ชั่วโมงนึง เลยเอาวะ ลองอีกสักที
รอบนี้ซ้อมตามตารางของ WIND Training หลังจากที่ทำ Project นี้มาหลายปีแต่ไม่เคยซ้อมตารางมาราธอนเลย เห็นแค่ว่าให้วิ่งครั้งนึงเกิน 1 ชั่วโมงก็คิดว่าไม่เอาละ แต่ไม่อยากซ้ำรอยเหมือนตอน Kyoto ก็เลยต้องซ้อม พอซ้อมไปซ้อมมา ก็วิ่งได้นี่น่า 1 ชั่วโมง ซ้อมมาเรื่อยๆก็พอจะเห็นการพัฒนาของตัวเองขึ้นมาบ้าง สามารถยืนระยะอยู่ได้นานขึ้น และตารางก็ไม่ได้เร่งเร้าให้ปรับ pace จนบาดเจ็บ พยายามให้วิ่งใน pace ของตัวเอง
ช่วงธันวา มกรา เริ่มหลุดๆจากการซ้อมไป ด้วยวินัยของตัวเองล้วนๆ 🥹 สุดท้ายดูเหมือนจะทำตามตารางได้แค่ประมาณ 50%... แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยซ้อมอะไรแบบนี้มาก่อน สภาพร่างกาย น้ำหนักที่ลดลง ความรู้สึกก็เลยมีความมั่นใจในตัวเองแปลกๆขึ้นมา ว่าน่าจะจบ แล้วก็คิดแบบให้กำลังใจตัวเองว่าจบแบบไม่เจ็บก็โอเคมากแล้ว
วันแข่ง
ญี่ปุ่นดีอย่างนึงคือเริ่มวิ่ง 9 โมง เลยไม่ต้องรีบตื่นมาก มาถึงที่ Osaka Castle Park ตอนประมาณ 7 โมงครึ่ง อยู่ block สุดท้าย ปล่อยตัว 9:45
ช่วงเริ่มต้นก็ปกติดี
ไม่ได้ตื่นเต้นหรือวิ่งเร็วเกินไป วิ่ง pace ที่ซ้อม (7:30) มาได้เรื่อยๆ เกาะพี่ตั้มมาจนถึงกิโลที่ 6 จุดรับน้ำ + แวะเข้าห้องน้ำ จุดนี้ที่พี่ตั้มหายไป มองหาเท่าไรก็ไม่เจอ ก็เลยวิ่งเองต่อจากนั้น พยายามเคาะ 7:30 มาเรื่อยๆตามที่ซ้อม ระหว่างวิ่งก็ดู heart rate เรื่อยๆ ปกติมันควรจะอยู่ประมาณโซน 2 แต่ไม่รู้เป็นอะไร ในงานมันวิ่งไปโซน 3 ปลายๆอยู่เรื่อยๆ ก็พยายามฉะลอ ค่อยๆคุมให้หัวใจกลับมาโซน 2 ช่วงครึ่งแรกไม่มีปัญหาอะไร เคาะมาเรื่อยๆจนเลยระยะ half เริ่มรู้สึกเริ่มเหนื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไร เคาะต่อไปจนถึง กม 25 (ซึ่งเป็นระยะไกลที่สุดที่ได้ซ้อม) ช่วงนี้คือเจอบูตน้ำก็แวะเดินตลอดๆ แวะมันทุกจุดเลย วันนั้นที่ Osaka ร้อนมาก แดดแรงมากๆ เมื่อวานเห็นป้ายที่เขาติดแจ้งเตือนว่าให้ระวัง Heat Stroke เพราะวันนี้จะร้อน (20 องศา) ตอนแรกก็คิดขำๆในใจว่า เห้ย 20 นี้เรียกว่าร้อนเหรอ... แต่มาเจอแดดวันนี้ก็สำนึกขึ้นได้ว่ามันร้อนมากจริงๆ ร้อนแสบหน้า...
ช่วงกิโล 25-30
ก็มีเริ่มตึงๆขา มีแวะยืดเหยียดเป็นช่วงๆตอนรับน้ำ ช่วงนี้เริ่มวิ่งสลับเดินละ... ช่วงนี้พอผ่าน check point ก็ดูเวลาตลอดๆ ยังห่างจากรถ cut off ประมาณ 30 นาที ความมั่นใจก็เริ่มมา คิดว่าน่าจะจบแน่ๆ แต่เวลาน่าจะไหลๆเลย 😅 แต่ก็ไม่สนละ ตอนนี้ขอไปเรื่อยๆแบบนี้แหละ
จนเลยกิโลที่ 35 ไป
จากที่ก่อนหน้านี้เคยคิดว่า ถ้าผ่าน 35 มาได้ยังไงก็จบแน่ๆ ขอแค่มีเวลา ตอนนี้คือเวลายังมีแบบเหลือๆ แต่ความคิดความอ่าน ความเข้าใจอะไรๆเปลี่ยนไปหมดเลย... กล้ามเนื้อเหมือนจะประท้วง จู่ๆก็ไม่มีแรงไปดื้อๆ ความเข้าใจกับระยะ 1km จู่ๆมันก็เปลี่ยนไป ทำไมรู้สึกว่าเหมือนมันไกลขึ้น ยิ่งถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้าเห็นคนวิ่งกันสุดลูกหูลูกตา นี้ต้องวิ่งต้องเดินไปจนถึงตรงนั้นเหรอ แล้วถ้าไปถึงตรงนั้นมันได้มาแค่ 500 เมตรเองนะ.... แล้วนี้เหลืออีกตั้ง 7 กิโล จะเอาแรงไหนมาวิ่ง... แดดที่เคยแรงๆจู่ๆก็หายไป อากาศที่เคยร้อนก็กลายมาเป็นเย็น... จากที่เคย enjoy เห็นชาวเมืองออกมาให้กำลังใจก็เริ่มไม่รู้สึก เริ่มจะเป็นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาละ... เริ่มหงุดหงิด... เริ่มรู้สึกว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลย นอนอยู่บ้านก็ดีอยู่แล้ว... ซ้อมมาราธอนนี้ใช้เวลาชีวิตมากอยู่ ต่อจากนี้จะไม่วิ่งอีกแล้ว(สัสสส)... คิดวนๆแต่เรื่องแบบนี้ แต่ก็ยังไม่หยุดเดิน อีกใจนึงก็คิดว่าถ้ารอบนี้ยอมแพ้อีก คงไม่มีรอบหน้าอีกแล้ว... เอาวะ เดินไปเรื่อยๆ คิดว่าเดี๋ยวถึงกิโลที่ 40 เดี๋ยวมันก็มีแรงขึ้นมาเอง...
สุดท้ายมาถึงกิโลที่ 40
ก็ไม่มีปาฏิหาริย์อะไร แรงที่มันไม่มีมันก็ไม่มีอยู่อย่างนั้น เอาวะ 2 โล เดินไปเรื่อยๆ เดินไป เดินไป เดินไป ทำได้แค่นี้ พอมีแรงขึ้นมานิดนึงก็วิ่งสักหน่อย วิ่งได้สักสามสี่ร้อยเมตรก็กลับมาเดินต่อ จนถึงกิลโลที่ 41 แรงก็ยังไม่มีเหมือนเดิม กลับมาวิ่งได้อีกทีตอนข้ามสะพานจะเข้าปราสาท Osaka แล้วก็เห็นป้าย Finish แล้ว... เอาวะ อย่างน้อยก็อย่าเดินเข้าเลย วิ่งเถอะ เลยฝืนใจวิ่งจนเข้าเส้นชัยได้
เชี่ย จบสักที...
แต่สักพักสติมันก็เริ่มกลับมา นึกย้อนไปถึงวันที่โดน cut off ที่ Kyoto... วันนั้นอยากได้เหรียญกับผ้า Finisher มาก เสียดายที่ทำไม่ได้ อยากกลับมาแก้แค้น แต่วันนี้ทำได้แล้ว จู่ๆมันก็ค่อยๆรู้สึกดีขึ้น ได้ไปรับเหรียญ รับผ้า... สักพักพี่ตั้มก็ตามเข้ามา จบกันครบทุกคน
พอได้มานั่งพัก ก็รับรู้ได้เลยที่ก่อนหน้านี้เวลาคุยกับคนที่มีประสบการณ์ว่าจะไปวิ่งมาราธอน เขามักจะแนะนำว่าต้องซ้อมให้ถึงนะ ต้องมี long run ที่ดี มีวินัยมากๆ ตลอดช่วง 20 สัปดาห์ที่ซ้อม... แต่คือพอเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่เคยซ้อมเยอะขนาดนี้ ก็คิดว่าเห้ยก็น่าจะพอน่า... ถ้าจะทำให้ประสบการณ์ในมาราธอนไม่หดหู่ขนาดนี้ก็คงต้องมีวินัยกับตัวเองให้มากขึ้น ไหนๆจะเสียเวลาแล้ว ก็ทำให้มันได้ต่อเนื่อง... บทเรียนจากการวิ่งรอบนี้คงมีเรื่องนี้
เหมือนจะมีแต่เรื่องบ่น แต่ก็ดีใจนะที่จบได้ ดีใจมากๆ 🥹